สาขา ปิ่นเกล้า(02) 884-4535,(081) 431-4612

สาขาแจ้งวัฒนะ (02) 584-3705,(02) 583-7709

สายด่วน 24 ชั่วโมง 086-364-8372

(แจ้งวัฒนะ) 25/303 ซอย12ก หมู่บ้านสี่ไชยทอง 3

แจ้งวัฒนะ 24 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120

(ปิ่นเกล้า) 223/119 หมู่บ้านสวนบัว ซ.อัศวพิเชษฐ์ 9

ถ.สวนบัว 43 แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม. 10170

โรคเบาหวานกับผู้สูงอายุ

โกลเด้นไลฟ์ เนอร์สซิ่งโฮม logo

โกลเด้นไลฟ์ เนอร์สซิ่งโฮม logo

รับดูแลผู้สูงอายุ,ดูแลผู้ป่วย,ผู้ป่วยระยะ พักฟื้น,บ้านพักผู้สูงอายุ,ให้อาหารทางสายยาง,กายภาพบำบัด,แผลกดทับ,สวน ปัสสาวะ,สมองเสื่อม,เบาหวาน,ความดันโลหิตสูง,โรคกระดูกและข้อ,หลงลืม,อัมพาต ครึ่งซีก,อ่อนแรงครึ่งซีก,อัมพฤกษ์,อัมพาต,เจาะคอ,อัลไซเมอร์

Goldenlife Nursing Home ติดต่อ : ดูแลผู้สูงอายุ ดูแลผู้ป่วย

02 – 584-3705 , 02-583-7709

goldenlife Christmas

โรคเบาหวานกับผู้สูงอายุ

            โรคเบาหวานพบได้ในคนทุกเพศทุกวัยและปัจจุบันอัตราการเป็นโรคเบาหวานของคนไทยเพิ่มขึ้น โดยพบมากในผู้สูงอายุสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่รูปร่างอ้วนจะมีโอกาสเป็นเบาหวานได้สูงเช่นกัน ดังนั้นจึงมีคนจำนวนมากที่ไม่ทราบว่าเป็นโรคนี้

            เบาหวานเกิดจากความผิดปกติของตับอ่อนที่สร้างฮอร์โมนอินสุลินได้ไม่เพียงพอ และออกฤทธิ์ควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดได้ไม่ดี มีผลให้กลูโคสในเลือดสูงจนล้นออกมาในปัสสาวะ

ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างไร

          ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นภายหลังมื้ออาหาร จะไปกระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งฮอร์โมนอินซูลินเข้าสู่กระแสเลือด และนำน้ำตาลไปใช้เพื่อเผาผลาญเป็นพลังงาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงโดยจะเก็บสะสมในรูปไขมัน ( ไตรกลีเซอไรด์ ) ที่เนื้อเยื่อไขมันตามใต้ผิวหนังและหน้าท้อง ขณะอดอาหารร่างกายสามารถสร้างน้ำตาลเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม คนปกติมีระดับน้ำตาล ( กลูโคส ) ในเลือดหลังอดอาหารนานกว่า 8 ชั่วโมง มีค่า 60 – 110 มก/ดล หรือภายหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมงจะไม่เกิน 140 มก/ดล

มีเกณฑ์อย่างไรในการวินิจฉัยโรคเบาหวาน

          โรคเบาหวานสามารถตรวจพบได้จากการตรวจเลือด โดยมีเกณฑ์การวินิจฉัยโรคดังนี้

          ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดหลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง มีค่าเท่ากับหรือมากกว่า 126 มก/ดล

          ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดจากการตรวจเวลาใดก็ได้มีค่าเท่ากับหรือมากกว่า 200 มก/ดล ร่วมกับมีอาการของโรคเบาหวาน เช่น ปัสสาวะบ่อย ดื่มน้ำมาก ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวานควรรับการตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี เมื่ออายุ 40 ปี ขึ้นไป

โรคเบาหวานมีกี่ชนิด

1.      โรคเบาหวานชนิดที่ 1 มักเกิดในเด็กจนถึงวัยรุ่น มีรูปผอมสาเหตุเกิดจากภาวะคุ้มกันของร่างกายผิดปกติ ทำให้เกิดการอักเสบและมีการทำลายเซลล์ตับอ่อนจนหมด ทำให้สร้างอินซูลินไม่ได้ จึงต้องรักษาด้วยการฉีดอินซูลิน

2.      โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ส่วนใหญ่พบในเพศหญิง ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี มีรูปร่างอ้วนหรือปกติ และมีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวานมีสาเหตุจากร่างกายสร้างอินซูลินไม่เพียงพอและไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

3.      โรคเบาหวานชนิดอื่นๆ ที่พบได้ เช่น ความผิดปกติทาพันธุกรรม การได้รับยาบางชนิด โรคของตับอ่อน เป็นต้น

4.      โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ในไตรมาสที่ 2 หรือ 3 เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในขณะตั้งครรภ์ไปต้านฤทธิ์ของอินซูลิน ภายหลังคลอดส่วนใหญ่โรคเบาหวานจะหายไป แต่ผู้ป่วยส่วนหนึ่งจะมีโอกาสเกิดโรคเบาหวานเมื่ออายุมากขึ้น

สาเหตุของโรคเบาหวานมีอะไรบ้าง

            สาเหตุโรคเบาหวานที่แท้จริงไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากหลายปัจจัยได้แก่

1.      กรรมพันธุ์ ผู้ที่มีประวัติครอบครัวครัวเป็นโรคเบาหวานจะมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากขึ้น

2.      ความอ้วน ขาดการออกกำลังกายและ ภาวะเครียดทำให้เนื้อเยื่อของร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินไม่ดี

3.      การติดเชื้อไวรัส ทำให้ตับอ่อนถูกทำลายจากร่างกายเกิดภูมิต้านทานต่อเซลล์ของตับอ่อน

4.      อายุมากขึ้น ตับอ่อนมรการสร้างอินซูลินลดลง

5.      โรคของตับอ่อน เช่น มะเร็งของตับอ่อน การผ่าตัดตับอ่อน ตับอ่อนอักเสบเรื้อรังจากการดื่มสุรา เป็นต้น

6.      ภาวะการณ์ตั้งครรภ์ ฮอร์โมนจากรกหลายชนิดมีผลไปยับยั้งการออกฤทธิ์ของอินซูลิน ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หลายครั้งจะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวาน

7.      ยาบางชนิด ถ้าใช้ไปนานๆ จะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวาน เช่น สเตียรอยด์ เป็นต้น

อาการของโรคเบาหวานมีอะไรบ้าง

            ผู้ทีมีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงกว่าเกณฑ์ปกติเล็กน้อย อาจจะยังไม่มีอาการ ส่วนใหญ่อาการของโรคเกิดจากการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง และภาวะแทรกซ้อนจากการควบคุมโรคไม่ได้ผล อาการที่สำคัญและพบบ่อย ได้แก่

1.    ปัสสาวะบ่อยและจำนวนมากเนื่องจากมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจนล้นออกทางปัสสาวะ และดึงน้ำออกมาด้วย

2.    หิวน้ำบ่อยและรับประทานอาหารได้มาก

3.    หิวบ่อยและรับประทานอาหารได้มาก

4.    น้ำหนักลดหรือผอมลงและอ่อนเพลีย เนื่องจากร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลในเลือดเป็นพลังงาน จึงสลายเนื้อเยื่อของร่างกายมาใช้ทาน

5.    คันตามตัวหรืออวัยวะเพศ

6.    ตามัว จากน้ำตาลในเรื่องเลือดสูงไปคั่งในตา ทำให้ตาพร่ามัวได้

7.    ชาปลายมือและปลายเท้า จากการเสื่อมของเส้นประสาท

8.    ซึมลงหรือไม่รู้ตัว จากการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือผู้ป่วยที่ขาดการรักษาต่อเนื่อง

ผลกระทบของโรคเบาหวาน

            โรคเบาหวานเป็นโรคที่อันตรายถ้าไม่ได้รับการเอาใจใส่ในการรักษาทั้งตัวผู้ป่วยเองและทางการแพทย์ โดยมีผลกระทบได้ 2 อย่าง คือ

1.    ผลกระทบเฉียบพลัน พบได้ในกรณีที่มีระดับน้ำตาลสูงมาก ทำให้เกิดอาการซึมลง ไม่รู้สึกตัวและอาจเสียชีวิตได้

2.    ผลกระทบเรื้อรัง พบได้ในผู้ป่วยที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดีเป็นระยะเวลานานๆ ทำให้มีผลกระทบต่ออวัยวะต่างๆ ที่สำคัญคือ หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอ ไต และ ตา