โรคกระดูกพรุน
โดยปกติมวลกระดูกที่ร่างกายสะสมไว้สูงสุดเมื่ออายุ 25 – 30 ปี จะค่อนข้างคงที่จนถึงอายุ 40 ปี และจะค่อยๆลดลงต่อเนื่องหลังหมดประจำเดือนอันเนื่องจากการขาดฮอร์โมนเอสโตเจน ดังนั้นจึงควรดูแลตนเองตั้งแต่อายุน้อยอย่าวต่อเนื่อง
หลักการป้องกันโรคกระดูกพรุน
วิธีที่สามารถปฎิบัติได้เองคือ
- การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในวัยเด็กเล็กถึงวัยรุ่น ควรได้รับโภชนาการที่ครบถ้วน โดยเฉพาะแคลเซียมซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของกระดูก
- โปรตีน ช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อ
- วิตามินดี มีมากในน้ำมันตับปลา ไข่แดง ปลาทะเล ที่สำคัญคือการได้รับแสงแดดอ่อนๆอย่างเพียงพอ
- แร่ธาตุต่างๆ เช่นฟอสฟอรัส สังกะสี แมกนีเซียม
- วิตามิน K2 ช่วยให้กระดูกแข็งแรง มีมากในถั่วหมัก ไข่แดง ตับ


นม หรือผลิตภัณท์จากนม มีแคลเซียมและโปรตีนอยู่มาก ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างกระดูก การดื่มนมทุกวันจะเป็นการป้องกันกระดูพรุนได้ดี สำหรับผู้สูงอายุ แนะนำให้ดื่มนมพร่องมันเนยหรือนมขาดมันเนยแทน
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายทำได้หลายรูปแบบ โดยให้เหมาะสมกับอายุ และสมรรถภาพร่างกาย และควรเป็นการออกกำลังที่งน้ำหนักที่เท้า เช่น การเดินเร็ว การวิ่ง กระโดดเชือก
การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยเหล่านี้ต้องเตรียมพร้อมก่อน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยออกกำลังมาก่อน ต้องเริ่มทีละน้อย ค่อยๆเพิ่มขึ้นจนถึงระดับพอดี ผู้สูงอายุควรได้รับการตรวจก่อนเพื่อกำหนดความหนักเบาของการออกกำลังกาย
- เลือกทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเช่น งาดำ เต้าหู้ นมและผลิตภัณท์จากนม กุ้งฝอย ปลาตัวเล็กๆที่ทานทั้งตัว กะปิ ผักบร็อคเคอลี่ ผักกาดเขียว คะน้า ใบยอ ใบชะพลู ดอกแค ผักกะเฉด มะกรูด โหระพา
ในสตรีช่วงหลีงหมดประจำเดือน ซึ่งระดับฮอร์โมนลดน้อยลง จะมีการสูญเสียกระดูกลงอย่างรวดเร็วจำเป็นที่จะต้องได้รับแคลเซียมเพิ่มขึ้นอีก 50% อย่างน้อย 5 ปี